
โกดังเป็นอาคารที่มีพื้นที่กว้างและจัดเก็บสินค้าเป็นจำนวนมาก หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ความเสียหายอาจขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นเชื้อเพลิงหรือมีการจัดวางในปริมาณมาก ดังนั้น การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างจึงเป็นทั้งเรื่องของความปลอดภัยและข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้าง โกดังสำเร็จรูป โกดังเก็บสินค้า หรืออาคารคลังสินค้า สิ่งสำคัญคืออย่าดูเพียงว่า ต้องมีถังดับเพลิงกี่ถัง แต่ควรมองระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นภาพรวม ตั้งแต่การตรวจจับเพลิง การแจ้งเตือน การควบคุมเพลิง ไปจนถึงการอพยพคนออกจากอาคารอย่างปลอดภัยบทความนี้จะพาไปดูว่าระบบใดบ้างที่ควรให้ความสำคัญ และข้อกำหนดตามกฎหมายมีประเด็นใดที่เจ้าของโกดังควรรู้ก่อนเริ่มก่อสร้าง

โกดังขนาดใหญ่ในการใช้งานทั่วไปอาจหมายถึงอาคารที่มีพื้นที่หลายพันตารางเมตร แต่ในทางกฎหมาย การพิจารณาไม่ได้ดูแค่คำว่าโกดังเท่านั้น ยังต้องดูพื้นที่รวม ลักษณะการใช้งาน และความสูงของอาคารด้วย ตัวอย่างเช่น กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดนิยามของ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ ไว้ว่าเป็นอาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นหรือพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ขณะที่ “อาคารสูง” มีเกณฑ์ด้านความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป จุดนี้จึงสำคัญมาก เพราะข้อกำหนดด้านระบบป้องกันอัคคีภัยบางส่วนจะเข้มงวดขึ้นเมื่ออาคารเข้าข่ายอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษดังนั้น ก่อนเลือกว่าจะติดตั้งระบบอะไรบ้าง ควรให้ผู้ออกแบบตรวจสอบประเภทอาคารและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพราะการใช้พื้นที่เป็น “โกดัง” ไม่ได้หมายความว่าทุกโกดังจะมีข้อกำหนดเหมือนกันทั้งหมด

สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงการป้องกันอัคคีภัยก็คือ ถังดับเพลิง ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ช่วยให้สามารถควบคุมเพลิงในระยะเริ่มต้น ก่อนที่ไฟจะลุกลามเป็นวงกว้าง สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ กฎกระทรวงกำหนดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ โดยต้องเลือกชนิดและขนาดให้เหมาะกับประเภทวัสดุที่มีอยู่ในแต่ละชั้น และมีข้อกำหนดเรื่องระยะติดตั้งและจำนวนด้วย หลักสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีถังดับเพลิงไว้ในโกดัง แต่ต้อง ติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็น เข้าถึงได้ง่าย และนำมาใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
ไฟไหม้ในโกดังอาจเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนจะลุกลามไปยังสินค้าหรือพื้นที่จัดเก็บโดยรอบ ดังนั้น การรู้ให้เร็ว จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การดับไฟ สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ กฎหมายกำหนดให้มี ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ทุกชั้น โดยระบบต้องสามารถส่งสัญญาณให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารรับรู้ได้อย่างทั่วถึง และมีทั้งระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติและระบบแจ้งเหตุที่ใช้มือระบบอัตโนมัติอาจทำงานผ่านอุปกรณ์ตรวจจับ เช่น Smoke Detector หรืออุปกรณ์ตรวจจับอื่นที่เหมาะกับพื้นที่ ส่วนระบบ Manual จะเปิดโอกาสให้คนที่พบเห็นเหตุสามารถกดแจ้งเตือนได้ทันที
หากพูดถึงระบบที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมเพลิงภายในโกดัง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ หรือ Sprinkler System ถือเป็นอีกระบบที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 กำหนดให้อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น Sprinkler System หรือระบบอื่นที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า และต้องสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองเมื่อเกิดเพลิงไหม้ โดยครอบคลุมพื้นที่ตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ ระบบท่อยืน (Standpipe) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดับเพลิง กฎกระทรวงกำหนดให้ระบบป้องกันเพลิงไหม้ประกอบด้วยระบบท่อยืน ที่เก็บน้ำสำรอง และหัวรับน้ำดับเพลิง โดยระบบท่อยืนต้องเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายน้ำและสามารถใช้สำหรับการดับเพลิงภายในอาคารได้ ระบบนี้มีความสำคัญอย่างมากเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมต่อสายดับเพลิงเข้ากับระบบน้ำของอาคารและเข้าควบคุมเหตุได้สะดวกขึ้น
การมีระบบท่อดับเพลิงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีน้ำสำรองสำหรับนำมาใช้เมื่อเกิดเหตุ ดังนั้น อาคารที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดจึงต้องมี แหล่งเก็บน้ำสำรองสำหรับระบบดับเพลิง และต้องออกแบบระบบส่งน้ำให้มีปริมาณและแรงดันตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ กฎกระทรวงกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณการส่งจ่ายน้ำและระยะเวลาที่สามารถจ่ายน้ำสำรองเพื่อการดับเพลิงได้
เมื่อมีถังเก็บน้ำแล้ว ก็ต้องมีระบบที่สามารถส่งน้ำไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ Fire Pump หรือเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ระบบปั๊มน้ำดับเพลิงมีหน้าที่สร้างแรงดันและส่งน้ำไปยังระบบ Sprinkler หรือระบบท่อยืนตามการออกแบบสำหรับโกดังขนาดใหญ่ ระบบนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบดับเพลิงด้วยน้ำ เพราะหากปั๊มไม่สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้ ต่อให้มีน้ำสำรองจำนวนมากก็อาจไม่สามารถนำมาใช้ดับเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟฟ้าดับในช่วงที่เกิดเพลิงไหม้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นโดยไม่มีระบบรองรับ เพราะอุปกรณ์สำคัญหลายอย่างจำเป็นต้องทำงานต่อ เช่น ระบบแจ้งเหตุ ระบบไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอพยพกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 กำหนดให้อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษมี ระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉิน ที่แยกเป็นอิสระจากระบบปกติ และสามารถทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อระบบไฟฟ้าปกติหยุดทำงาน
เมื่อเกิดเพลิงไหม้ สิ่งที่อันตรายไม่แพ้เปลวไฟคือ ความมืดและความสับสนหากไฟฟ้าหลักดับ ผู้ที่อยู่ในโกดังต้องสามารถมองเห็นเส้นทางออกและหาทางออกจากอาคารได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องมีระบบไฟฟ้าฉุกเฉินและเครื่องหมายแสดงทางหนีไฟตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกฎกระทรวงกำหนดให้ระบบไฟฟ้าสำรองสามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องหมายแสดงทางฉุกเฉิน ทางเดิน ห้องโถง บันได และระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับโกดังที่มีชั้นวางสินค้าเป็นแถวยาว การจัดตำแหน่งป้าย Exit และไฟฉุกเฉินยิ่งต้องวางแผนให้ดี เพราะชั้นวางที่สูงสามารถบดบังทัศนวิสัยและทำให้คนหาทางออกได้ยากขึ้น
ระบบป้องกันไฟที่ดีไม่ใช่แค่ดับไฟให้ได้แต่ต้องช่วยให้คนหนีออกจากพื้นที่อันตรายได้ทันเวลา ดังนั้นการออกแบบโกดังจึงควรมีเส้นทางอพยพที่ชัดเจน ไม่มีสิ่งของกีดขวาง และสามารถนำคนออกจากอาคารไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ในกรณีอาคารสูง กฎกระทรวงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับบันไดหนีไฟ เช่น จำนวน ตำแหน่ง วัสดุ และรายละเอียดด้านขนาดและการออกแบบ
ในเหตุเพลิงไหม้ ควันสามารถกลายเป็นอันตรายอย่างรวดเร็ว และในบางสถานการณ์อาจทำให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารมองไม่เห็นทางออก กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบระบายอากาศและการควบคุมการแพร่กระจายของควันสำหรับอาคารบางประเภท โดยเฉพาะอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีลักษณะพื้นที่ตามที่กำหนด
นอกจากระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว ตัวอาคารเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันอัคคีภัย การเลือกวัสดุหลังคา ผนัง ฉนวน ประตู และส่วนประกอบต่าง ๆ ควรพิจารณาคุณสมบัติด้านการทนไฟและการลุกลามของไฟให้เหมาะสมกับอาคารโดยเฉพาะโกดังที่แบ่งพื้นที่เก็บสินค้าหลายประเภท การใช้ผนังหรือส่วนกั้นที่มีคุณสมบัติต้านทานไฟอาจช่วยชะลอการลุกลามของเพลิงจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้
แหล่งอ้างอิงด้านกฎหมาย: เนื้อหาข้อกำหนดหลักอ้างอิงจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษา โดยรายละเอียดการบังคับใช้จริงควรตรวจสอบกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมและข้อกำหนดของพื้นที่ก่อนนำไปใช้กับโครงการก่อสร้างจริง
สำหรับผู้ที่กำลังสร้าง โกดังสินค้าขนาดใหญ่ ระบบป้องกันอัคคีภัยไม่ควรถูกมองเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอาคารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของคน สินค้า และทรัพย์สินระบบที่ควรพิจารณา ได้แก่ เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติหรือ Sprinkler ระบบท่อยืน ถังเก็บน้ำสำรอง Fire Pump ระบบไฟฟ้าสำรอง ไฟฉุกเฉิน ป้ายทางหนีไฟ ทางอพยพ รวมถึงระบบควบคุมควันและวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมด้านการป้องกันอัคคีภัยอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกโกดังจะมีข้อกำหนดเหมือนกันทั้งหมด เพราะกฎหมายพิจารณาจากประเภท ขนาด ความสูง และลักษณะการใช้งานของอาคาร ดังนั้นก่อนเริ่มก่อสร้างควรให้สถาปนิกและวิศวกรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อกำหนดของโครงการโดยละเอียด