PEB SS400 vs SM490 ต่างกันอย่างไร โกดังควรเลือกแบบไหน

Nov. 10, 2026

สร้างโกดัง ในพื้นที่ดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ-ปริมณฑล) จำเป็นต้องตอกเสาเข็มลึกเท่าไหร่?

การสร้างโกดังในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เจ้าของโครงการควรให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนก่อสร้าง นั่นคือการออกแบบฐานรากและเลือกความยาวเสาเข็มให้เหมาะสมกับสภาพดิน เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นชั้นดินเหนียวอ่อนที่สามารถยุบตัวได้ง่าย หากออกแบบฐานรากไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาพื้นโกดังทรุดตัว โครงสร้างแตกร้าว หรือกระทบต่อการใช้งานภายในอาคารในอนาคตคำถามที่หลายคนสงสัยคือ หากต้องการสร้างโกดังบนพื้นที่ดินอ่อน จำเป็นต้องตอกเสาเข็มลึกกี่เมตร? ต้องตอกถึงชั้นดินแข็งหรือไม่ และโกดังที่มีน้ำหนักสินค้าแตกต่างกันจะใช้เสาเข็มแบบเดียวกันได้หรือเปล่า?บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ลักษณะดินอ่อนกรุงเทพฯ ปัจจัยที่กำหนดความลึกของเสาเข็ม ไปจนถึงแนวทางวางแผนฐานรากสำหรับโกดังสินค้า เพื่อให้เจ้าของโครงการสามารถเตรียมตัวก่อนเริ่มก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม

โครงสร้าง PEB คือโครงสร้างแบบไหน

พื้นดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกี่ยวข้องกับความลึกของเสาเข็มยังไง?

กรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบตั้งอยู่บนบริเวณที่มีชั้นดินตะกอนสะสมจากกระบวนการทางธรรมชาติ โดยเฉพาะชั้นดินเหนียวอ่อนกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Soft Clay ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือรับแรงได้ไม่สูงและมีความสามารถในการยุบตัวเมื่อได้รับน้ำหนักเพิ่มชั้นดินเหนียวอ่อนบริเวณกรุงเทพฯ มักพบตั้งแต่ระดับผิวดินลงไปประมาณ 12–18 เมตรในหลายพื้นที่ แต่ความหนาและลักษณะของชั้นดินจริงอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ สำหรับการสร้างโกดัง ปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญมาก เพราะอาคารประเภทนี้มักมีพื้นที่กว้างและต้องรองรับน้ำหนักสินค้า รถยก เครื่องจักร รวมถึงระบบจัดเก็บสินค้า ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักบรรทุกในบางบริเวณสูงกว่าพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน หากใช้ฐานรากที่ไม่เหมาะสมกับสภาพดิน อาจเกิดปัญหาได้หลายลักษณะ เช่น

1. พื้นโกดังทรุดตัวหลังเริ่มใช้งาน
2. พื้นแตกร้าวหรือเกิดระดับต่างกันระหว่างพื้นที่
3. เสาและโครงสร้างอาคารเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากัน
4. ประตูโกดังหรือระบบขนถ่ายสินค้าเกิดปัญหาจากระดับพื้นที่เปลี่ยนแปลง
5. เครื่องจักรและชั้นวางสินค้าบางประเภทได้รับผลกระทบจากพื้นไม่เรียบ

การเลือกเสาเข็มจึงไม่ได้พิจารณาเพียงความยาว แต่ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับน้ำหนักอาคารและสภาพชั้นดิน เพื่อให้ฐานรากสามารถถ่ายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินที่มีคุณสมบัติรับแรงได้เหมาะสม และลดการทรุดตัวที่ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลตามมาในภายหลัง

สร้างโกดังบนดินอ่อน ต้องตอกเสาเข็มลึกเท่าไหร่?

ความลึกของเสาเข็มสำหรับสร้างโกดังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถใช้ระดับประมาณ 18–25 เมตรเป็นช่วงตัวเลขเบื้องต้นสำหรับทำความเข้าใจงานฐานรากในพื้นที่ดินอ่อนทั่วไปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าโกดังทุกแห่งจะต้องใช้เสาเข็มความยาวเท่านี้
ในบางพื้นที่อาจต้องใช้เสาเข็มที่ยาวกว่านี้ ขณะที่บางตำแหน่งอาจพบชั้นดินที่มีคุณสมบัติรับน้ำหนักเหมาะสมในระดับที่ตื้นกว่า ขึ้นอยู่กับผลสำรวจดินและการคำนวณทางวิศวกรรมข้อมูลทางวิศวกรรมเกี่ยวกับชั้นดินกรุงเทพฯ ระบุว่า ชั้นทรายชั้นแรกอาจพบที่ระดับประมาณ 20–30 เมตรในหลายบริเวณ แต่ระดับความลึกมีความแปรผันตามพื้นที่และลักษณะชั้นดิน การกำหนดความยาวเสาเข็มสำหรับโกดังควรพิจารณาจากข้อมูลสำคัญต่อไปนี้

1. ระดับความลึกของชั้นดินที่สามารถรับน้ำหนักได้
วิศวกรต้องตรวจสอบว่าชั้นดินบริเวณนั้นมีคุณสมบัติอย่างไร ตั้งแต่ดินชั้นบน ชั้นดินเหนียวอ่อน ชั้นดินเหนียวแข็ง ไปจนถึงชั้นทรายหรือชั้นดินที่มีความแข็งแรงเหมาะสม การตอกเสาเข็มให้ผ่านชั้นดินอ่อนลงไปถึงชั้นดินที่มีความสามารถรับแรงได้ดี เป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบฐานรากของอาคารบนพื้นที่ดินอ่อน

2. น้ำหนักบรรทุกของโกดัง
โกดังเก็บสินค้าทั่วไปกับโกดังเก็บเครื่องจักรหรือสินค้าน้ำหนักมาก มีลักษณะการรับน้ำหนักแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น
โกดังเก็บสินค้าบรรจุกล่อง อาจมีน้ำหนักกระจายตัวตามพื้นที่จัดเก็บ
โกดังที่ใช้ชั้นวางสินค้าแบบสูง อาจมีน้ำหนักรวมลงบนตำแหน่งฐานชั้นวางเป็นจุดๆ
โกดังที่มีเครื่องจักรหรือระบบผลิต ต้องพิจารณาน้ำหนักและแรงที่เกิดจากการทำงานของเครื่องจักรเพิ่มเติม
ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลต่อการกำหนดจำนวนเสาเข็ม ขนาดเสาเข็ม และความสามารถในการรับน้ำหนักของฐานราก

3. ลักษณะโครงสร้างและขนาดอาคาร
โกดังที่มีพื้นที่กว้าง ช่วงเสายาว หรือมีการออกแบบโครงสร้างหลังคาและระบบรับแรงแตกต่างกัน ย่อมมีรายละเอียดการถ่ายน้ำหนักลงฐานรากไม่เหมือนกันการกำหนดความลึกของเสาเข็มจึงต้องพิจารณาร่วมกับการออกแบบโครงสร้างอาคาร ไม่ควรเลือกความยาวเสาเข็มจากขนาดพื้นที่โกดังเพียงอย่างเดียว

จำเป็นต้องเจาะสำรวจดินก่อนสร้างโกดังไหม ?

หากต้องการสร้างโกดังบนพื้นที่ดินอ่อน การเจาะสำรวจดินหรือ Soil Investigation เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้วิศวกรทราบข้อมูลชั้นดินจริงก่อนออกแบบฐานราก การสำรวจดินสามารถให้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น

- ลักษณะและความหนาของชั้นดินแต่ละระดับ
- ความแข็งแรงและคุณสมบัติของดิน
- ระดับความลึกของชั้นดินที่เหมาะสมสำหรับการรับน้ำหนัก
- ค่าทดสอบ SPT หรือ Standard Penetration Test
- คุณสมบัติของดินที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์การทรุดตัว

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วิศวกรสามารถคำนวณความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็มและออกแบบฐานรากให้เหมาะสมกับพื้นที่ก่อสร้างการนำผลสำรวจดินจากโครงการใกล้เคียงมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นอาจช่วยให้เห็นภาพรวมของพื้นที่ได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนผลสำรวจดินของโครงการโดยตรง เพราะแม้จะอยู่ในบริเวณเดียวกัน ชั้นดินก็อาจมีความแตกต่างกันได้
‍

SS400 หรือ SM490 แบบไหนเหมาะกับโกดังมากที่สุด

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หากออกแบบรากฐานผิดพลาด

การออกแบบฐานรากผิดพลาดอาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานโกดังมากกว่าที่หลายคนคาดคิด โดยเฉพาะอาคารที่ต้องใช้งานต่อเนื่องและมีการขนถ่ายสินค้าตลอดทั้งวัน
พื้นโกดังทรุดตัวและแตกร้าว หากพื้นโกดังได้รับการออกแบบไม่เหมาะสมกับสภาพดินและน้ำหนักบรรทุก อาจเกิดการทรุดตัวหรือแตกร้าว โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำหนักสินค้าหรือเครื่องจักรสะสมมาก
‍
โครงสร้างอาคารทรุดตัวไม่เท่ากัน การทรุดตัวที่แตกต่างกันระหว่างฐานรากแต่ละตำแหน่ง อาจส่งผลให้เกิดแรงเพิ่มเติมในโครงสร้าง และทำให้บางส่วนของอาคารแตกร้าวหรือเสียรูป
‍
ระบบจัดเก็บสินค้าและการขนถ่ายได้รับผลกระทบ โกดังที่ใช้รถยก ชั้นวางสินค้า หรือระบบสายพาน จำเป็นต้องมีพื้นและระดับการใช้งานที่เหมาะสม หากพื้นทรุดตัวหรือเกิดความต่างระดับ อาจกระทบต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าและความปลอดภัยในการทำงาน ปัญหาเหล่านี้เป็นเหตุผลที่เจ้าของโครงการควรวางแผนเรื่องฐานรากตั้งแต่ต้น ไม่ควรรอให้เกิดการทรุดตัวแล้วจึงแก้ไขภายหลัง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ สำหรับโกดังเก็บผลไม้สด

สำหรับผลไม้สด เช่น มะม่วง ลำไย ทุเรียน กล้วย หรือผลไม้ส่งออกหลายชนิด การระบายอากาศทั่วไปอาจไม่เพียงพอ เพราะผลผลิตแต่ละชนิดมีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมแตกต่างกันผลไม้บางชนิดสามารถเก็บรักษาได้ดีในอุณหภูมิต่ำ ขณะที่บางชนิดไวต่อความเย็นและอาจเกิดความเสียหายหากเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป

ดังนั้น หากต้องการเก็บผลไม้สดเป็นเวลานาน ควรพิจารณา ระบบห้องเย็น (Cold Storage) ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตามความต้องการของสินค้าสำหรับโกดังที่เก็บผลไม้หลายประเภท ควรพิจารณาแยกพื้นที่จัดเก็บตามความต้องการด้านอุณหภูมิ เพราะผลไม้บางชนิดอาจปล่อยก๊าซเอทิลีน ซึ่งส่งผลต่อการสุกของผลผลิตชนิดอื่นได้

บทสรุป

สำหรับการสร้างโกดังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชั้นดินเหนียวอ่อนหนา การใช้เสาเข็มเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบฐานรากของอาคาร โดยความลึกของเสาเข็มอาจอยู่ในช่วงประมาณ 18–25 เมตรหรือมากกว่านั้นในบางพื้นที่ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่ค่าที่สามารถนำไปใช้กำหนดความยาวเสาเข็มสำหรับทุกโครงการได้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเจาะสำรวจดินและออกแบบฐานรากโดยวิศวกร เพื่อให้ทราบว่าเสาเข็มควรมีความยาวเท่าไหร่ จำนวนกี่ต้น และต้องรองรับน้ำหนักได้มากเพียงใด รวมถึงการออกแบบพื้นโกดังให้เหมาะสมกับการใช้งานหากกำลังวางแผน สร้างโกดังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นโกดังเก็บสินค้า โกดังโรงงาน หรือศูนย์กระจายสินค้า การให้ความสำคัญกับงานฐานรากตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้โครงการมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้งานจริง การเลือกแนวทางก่อสร้างที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจึงเป็นส่วนสำคัญของการลงทุนในอาคารที่ต้องใช้งานอย่างต่อเนื่อง

‍Facebook: บริษัท ทีเอสที กรุ๊ป จำกัด
Line: @tstgroup
Email: chatchart.tst@gmail.com
Tel: 064-273-1001

More Blog & News

ช่องทางการติดต่อ

บริษัท ทีเอสที กรุ๊ป จำกัด

เลขที่ 98/2 หมู่ 10
ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย
จังหวัดสระบุรี 18110

© TST Group Co.,Ltd.​ All right reserved