
สร้างโกดังแบบไหนดี เป็นคำถามที่หลายๆธุรกิจให้ความสำคัญ เพื่อมองหาโกดังที่เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจโลจิสติกส์ คลังสินค้า หรือผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้า การเลือกประเภทโกดังให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน จะช่วยควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โกดัง (Warehouse) คือ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สำหรับจัดเก็บสินค้า วัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก่อนการกระจายหรือจำหน่าย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหาร จัดการสินค้าให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศ ความชื้น และปัจจัยภายนอก
โกดังสามารถออกแบบให้เหมาะกับลักษณะสินค้า เช่น โกดังอุตสาหกรรม หรือ โกดังเก็บสินค้า เป็นต้น และยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบโลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชนของธุรกิจ การเลือกโกดังที่เหมาะสมช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน
ในปัจจุบัน รูปแบบโกดังที่ได้รับความนิยมจะมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ โกดังสำเร็จรูป, โกดัง PEB และ โกดังทั่วไป ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และงบประมาณที่แตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด
โกดังสำเร็จรูป เป็นรูปแบบโกดังที่ถูกออกแบบและผลิตชิ้นส่วนจากโรงงาน ก่อนนำมาประกอบหน้างาน จุดเด่นสำคัญคือความรวดเร็วในการก่อสร้าง ลดระยะเวลา และควบคุมงบประมาณได้ง่าย
ข้อดีของโกดังสำเร็จรูป
ระยะเวลาก่อสร้างน้อย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการโกดังเร่งด่วน
ต้นทุนไม่สูง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ สร้างโกดังราคาประหยัด
ได้รับความนิยมในการใช้เป็น โกดังสินค้า ขนาดเล็กถึงกลาง
มีแบบและตัวอย่างโกดังให้เลือกหลากหลาย
โกดังสำเร็จรูปเหมาะกับผู้ที่ต้องการ สร้างโกดังขนาดเล็ก ราคา ไม่สูงมาก เช่น คลังสินค้า SME โกดังเก็บวัตถุดิบ หรือโกดังชั่วคราวสำหรับโครงการระยะสั้น
โกดัง PEB (Pre-Engineered Building) เป็นโกดังโครงสร้างเหล็กที่ผ่านการออกแบบและทดสอบทางวิศวกรรม ใช้ระบบคำนวณโครงสร้างที่ทันสมัย แม่นยำ ทำให้ได้โกดังที่แข็งแรง ปลอดภัย ทนทาน วัสดุทุกอย่างจะผลิตจากโรงงานก่อนขนส่งไปติดตั้งที่หน้างานด้วยระบบ Bolt Connection
ข้อดีของโกดัง PEB
โครงสร้างแข็งแรง วัสดุทนทาน สร้างครั้งเดียวใช้ได้หลายปี
ออกแบบได้หลากหลาย รองรับเครื่องจักร และ การเดินระบบภายใน
ประหยัดเวลาการสร้าง ประหยัดงบ คุ้มค่าในระยะยาว
เหมาะสำหรับโกดังอุตสาหกรรม และ โกดังสินค้า ขนาดกลางถึงใหญ่
โกดัง PEB เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ สร้างโกดัง เพื่อใช้งานระยะยาว เช่น โรงงานผลิต คลังโลจิสติกส์ หรือศูนย์กระจายสินค้า ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง
โกดังทั่วไป เป็นการก่อสร้างแบบดั้งเดิม ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างผสม สามารถออกแบบได้ตามความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน
ข้อดีของโกดังทั่วไป
ปรับรูปแบบได้หลากหลาย
แข็งแรงถาวร เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง
รองรับงานก่อสร้างที่ซับซ้อน
ยืดหยุ่นเรื่องวัสดุ และ งานก่อสร้าง
ด้วยความที่เป็นแบบดั้งเดิม การก่อสร้างจึงจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่ารูปแบบใหม่ๆ และต้นทุนค่อนข้างสูง ทำให้ควบคุมงบประมาณได้ยากกว่าโกดังประเภทอื่น

คำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการทุกท่านต้องคิดคือ สร้างโกดังใช้งบเท่าไหร่ คำตอบนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดโกดังและพื้นที่ใช้สอย กว้างแค่ไหน มีสต๊อกสินค้าจำนวนเท่าไหร่ หรือ ประเภทโกดังที่ต้องการสร้าง รวมถึงการเดินระบบภายใน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ระบบระบายอากาศ หรือเครน และ ทำเลที่ตั้งด้วย
โดยทั่วไป โกดังสำเร็จรูป โกดัง PEB จะใช้งบประมาณต่ำที่สุด ส่วนโกดังทั่วไป จะมีต้นทุนสูงที่สุด แต่จะมีความยืดหยุ่นในการออกแบบที่เพิ่มขึ้นมาแทน ทางที่ดีควรต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือ ติดต่อบริษัทรับสร้างโกดัง จะได้รับคำตอบที่ตรงจุดที่สุด
การสร้างโกดังทุกรูปแบบ สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ภายใต้งบงบประมาณที่ตั้งไว้ และเป้าหมายของธุรกิจ การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด ลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ โกดังเก็บสินค้า ได้อย่างยั่งยืน
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้แนะนำ การออกแบบ และ ก่อสร้างได้แบบครบวงจร ติดต่อ บริษัท ทีเอสที กรุ๊ป จำกัด เพื่อวางแผนสร้างโกดังที่ตอบโจทย์ธุรกิจคุณและคุ้มค่ามากที่สุด